ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์
การจัดแบ่งประเภทของ เครื่องคอมพิวเตอร์ จะอาศัยคุณสมบัติต่างๆ
เช่น ความเร็วของการประมวลผล และขนาดความจำ ของหน่วยบันทึกข้อมูล
ซึ่งสามารถแบ่งได้ เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1.Supercomputers
2.Mainframe Computers
3.Minicomputers
4.Microcomputers
ทั้งนี้คุณสมบัติที่นำมาแบ่งประเภทประกอบด้วย
•Word size
- Word ในความหมายของคอมพิวเตอร์ก็คือ "คำ" หรือ "ตัวอักษร"
อันเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่รับ หรือส่งเข้าสู่ระบบ โดยจะนับเป็นจำนวนครั้งละกี่บิต
ดังนั้นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง จะสามารถรับ/ส่งข้อมูลจำนวนบิตมากกว่าตามไปด้วย
เช่น เครื่องที่มี Word ขนาด 32 บิต ย่อมรับ/ส่งข้อมูลได้มากกว่าเครื่อง 16 บิต
และเรียกขนาดของ Word ว่า 16-bit word หรือ 32-bit word นั่นเอง
•Processor speed
หมายถึงความเร็วในการประมวลผลของ Processor ซึ่งสามารถแบ่งได้หลายหน่วย
•MHz
ย่อมาจาก Megahertz เป็นหน่วยที่วัดการงานของคอมพิวเตอร์ในอัตรา
Million of clock cycle เช่น ไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็ว 100MHz
จะใช้เวลาในการปฏิบัติงานเศษ 1 ส่วน 100,000,000 วินาที อย่างไรก็ตาม
เครื่องที่มี Word size ต่างกัน ก็จะมีความเร็วต่างกันไปด้วย เช่น
เครื่อง 32-bit 200MHz ทำงานช้ากว่าเครื่อง 64-bit 200MHz
•MIPS ย่อมาจาก Million of instructions per second ใช้กับคอมพิวเตอร์ขนาดกลางขึ้นไป
•FLOPS ย่อมาจาก Floating point operations per second เป็น
หน่วยวัดสำหรับ Supercomputer โดยวัดจากงานที่ปฏิบัติ
และเน้นงานด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก
•RAM การจำแนกประเภทโดยความจุของ RAM
ซึ่งมีหน่วยตั้งแต่ KB (Kilobytes), MB (Megabytes),
GB (Gigabytes) และ TB (Terabytes)

เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)
คอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมาก แต่ยังต่ำกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์
คือปกติสามารถทำงานได้รวดเร็ว หลายสิบล้านคำสั่งต่อวินาที
สำหรับสาเหตุที่ได้ชื่อว่า เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ก็เพราะครั้งแรกที่สร้าง
คอมพิวเตอร์ลักษณะนี้ได้สร้างไว้บนฐานรองรับ ที่เรียกว่า
คัสซี่ (Chassis) โดยมีชื่อเรียกฐานรองรับนี้ว่า เมนเฟรม นั่นเอง
เหมาะกับการใช้งาน ทั้งในด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และธุรกิจ
โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมากๆ เช่น งานธนาคาร
ซึ่งต้องตรวจสอบบัญชีลูกค้าหลายคน งานของสำนัก
งานทะเบียนราษฎร์ ที่เก็บรายชื่อประชาชนประมาณ 60 ล้านคน
พร้อมรายละเอียดต่างๆ งานจัดการบันทึกการส่งเงิน ของผู้ประกับตนหลายล้านคน
ของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน คอมพิวเตอร์เมนเฟรม ที่มีชื่อเสียงมาก
คือ เครื่องของบริษัท IBM ในปัจจุบัน ความนิยมใช้เครื่องเมนเฟรม ในหน่วยงานต่างๆ
ได้ลดน้อยลงมาก เพราะราคาเครื่องค่อนข้างแพง การใช้งานค่อนข้างยาก
และมีผู้รู้ด้านนี้ค่อนข้างน้อย สถานศึกษาที่มีเครื่องระดับนี้ไว้ใช้สอน ก็มีเพียงไม่กี่แห่ง
เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กกว่า ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะมากขึ้น
จนสามารถทำงานได้เท่ากับเครื่องเมนเฟรม แต่ราคาถูกกว่า อย่างไรก็ตามเครื่องเมนเฟรม
ยังคงมีความจำเป็น ในงานที่ต้องใช้ข้อมูลมากๆ พร้อมๆ กันอยู่ต่อไปอีก ทั้งนี้เพราะ
เครื่องเมนเฟรมสามารถพ่วงต่อ และควบคุมอุปกรณ์รอบข้าง (Peripheral) เช่น เครื่องพิมพ์
เครื่องขับเทปแม่เหล็ก เครื่องขับจานแม่เหล็ก ฯลฯ ได้เป็นจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
บริษัทผู้ผลิตได้แก่ บริษัทไอบีเอ็ม (IBM), บริษัทดิจิตอล อควิปเมนต์
คอร์ปอเรชั่น (DEC - ปัจจุบันถูก Take Over โดยบริษัท HP) เป็นต้น
มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer)
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะน้อยกว่าเครื่องเมนเฟรม
คือทำงานได้ช้ากว่า และควบคุมอุปกรณ์รอบข้างได้น้อยกว่า
อย่างไรก็ตามจุดเด่นสำคัญ ของเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ก็คือ
ราคาย่อมเยากว่าเมนเฟรม การใช้งานก็ไม่ต้องใช้ บุคลากรมากนัก
นอกจากนั้น ยังมีผู้ที่รู้วิธีใช้มากกว่าด้วย เพราะเครื่องประเภทนี้
มีใช้ตามสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาหลายแห่ง
มินิคอมพิวเตอร์ เหมาะกับงานหลากหลายประเภท
คือใช้ได้ทั้งในงานวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม
เครื่องที่มีใช้ตามหน่วยงานราชการระดับกรมส่วนใหญ่
มักจะเป็นเครื่องประเภทนี้ เครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับความนิยมใช้กัน
มี บริษัท Digital Equipment Corporation หรือ DEC เครื่อง Unisys
ของบริษัท Unisys เครื่อง NEC ของบริษัท NEC เครื่อง Nixdorf
ของบริษัท Siemens-Nixdorf เครื่อง NCR ของบริษัท NCR ฯลฯ

ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)
เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก และใช้ทำงานคนเดียว
จึงนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer)
เป็นคอมพิวเตอร์ใช้งานที่พบได้อย่างแพร่หลาย
จัดว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทั้งระบบใช้งานครั้งล่ะคนเดียว
หรือใช้งานในลักษณะเครือข่าย แบ่งได้หลายลักษณะตามขนาด
เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบตั้งโต๊ะ (Personal Computer)
หรือแบบพกพา (Portable Computer) หรือแบ่งตามผู้ผลิต
ได้แก่ เครื่องกลุ่ม IBM, IBM Compatible และแมคอินทอช (Macintosh) เป็นต้น
คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ ที่เป็นตัวการผลักดันให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในโลกคอมพิวเตอร์ คือ ทำให้เกิดความสนใจ
ในเรื่องคอมพิวเตอร ์แพร่หลายไปสู่คนทุกอาชีพ และทุกวัย อย่างเช่น
ในเมืองไทยนี้เอง ก็มีนายแพทย์จำนวนมาก สนใจซื้อคอมพิวเตอร์มาศึกษา
จนถึงขั้นเขียนโปรแกรมขึ้นมา ช่วยงานของโรงพยาบาลได้
อดีตปลัดกระทรวงสำคัญท่านหนึ่ง ก็ใช้คอมพิวเตอร์คล่อง
จนถึงขั้นสามารถใช้เก็บข้อมูลสำคัญๆ ของกระทรวง ไว้ใช้ในการบริหารงานได้
ผู้บริหารงานราชการอีกหลายท่าน ก็มีความสามารถในด้านการใช้คอมพิวเตอร์
ในระดับที่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังต้องอาย

ลักษณะของไมโครคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้ เป็นรูปแบบย่อยดังนี้
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานทั่วไป
ที่เรียกว่า Desktop Models
รวมถึง Minitower / Tower Models
2.เครื่องพิวเตอร์ขนาดเล็ก
หรือ Notebook Computer หรือ Laptop Computer
3.เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือ หรือ Handheld Personal Computers (H/PCs) เช่น
3.1.PDAs - Personal Digital Assistants
3.2Palmtop Computer
3.3.Cellular Phones